วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

#แปลกแต่จริง...จากคนที่กลัวผีที่สุด กลับต้องเจอเรื่องผีด้วยตัวเอง

 



แปลกแต่จริง...จากคนที่กลัวผีที่สุด กลับต้องเจอเรื่องผีด้วยตัวเอง

หลายคนอาจไม่เชื่อว่า ผมเป็นคน "กลัวผี" มาตั้งแต่เด็ก
ความกลัวนั้นไม่ได้เกิดจากการดูหนังผี แต่เกิดจากการเติบโตในชนบท ที่หมู่บ้านธารามะกอก ตำบลหัวดง อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในสมัยนั้นมักมีข่าว "ผีปอบเข้า" ชาวบ้านอยู่เป็นประจำ
เมื่อมีคนถูกผีเข้า ก็จะพากันไปตามหมอผีมาทำพิธีขับไล่ สิ่งเหล่านี้ฝังอยู่ในความทรงจำของเด็กคนหนึ่ง จนกลายเป็นความหวาดกลัวที่ติดตัวมานาน
ต่อมา เมื่ออายุได้ 12 ปี ผมบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดหนองหว้า อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์
วัดแห่งนั้นมีเมรุเผาศพแบบกองฟอน เผากลางแจ้ง ทุกครั้งที่มีศพมาเผา ผมรู้สึกหวาดหวั่นจนไม่กล้านอนคนเดียว
สมัยนั้นพระภิกษุปฏิบัติตามวินัยบัญญัติที่ห้ามไม่ให้พระนอนในที่มุงบังเดียวกับอนุปปสัมบัน คือสามเณรหรือโยมผู้ชาย จะมานอนร่วมกุฏิได้ไม่เกิน 3 คืน ผมจึงต้องใช้วิธีเวียนนอนกับพระแต่ละรูปอยู่ตลอดช่วงที่บวช เพราะความกลัวผีเอาชนะใจตัวเองไม่ได้
ภายหลังเมื่อย้ายไปอยู่วัดอื่น เช่น วัดโพธาราม จังหวัดนครสวรรค์ และวัดมหรรณพาราม กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่มีเมรุเผาศพ ความกลัวก็ค่อย ๆ ลดลง
แต่ก็ไม่ได้หายไปเสียทีเดียว
เมื่อเป็นพระอาจารย์ไปสอนหนังสืออยู่โรงเรียนมัธยมวัดใหม่กรุงทอง ในช่วงปี พ.ศ. 2516–2517 ห้องพักของผมอยู่ใกล้ศาลาสวดศพ ซึ่งมีศพมาตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่เป็นประจำ
กลางคืนผมยังต้องให้ลูกศิษย์วัดมานอนห้องข้าง ๆ เพื่อให้รู้สึกอุ่นใจ
จนกระทั่งมีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมไม่มีวันลืม...
วันนั้นผมพานักเรียนไปงานบุญที่บ้านเกาะสมอ ระหว่างทางมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งเข้าไปปัสสาวะในอุโมงค์ลอดใต้ถนนหลวง
หลังจากออกมาได้ไม่นาน เธอก็มีอาการผิดปกติ ตาขวาง พูดไม่เป็นภาษาเดิม คล้ายคนถูกผีเข้า
ผมพยายามนึกคาถาต่าง ๆ ที่เคยเรียนมา ภาวนาช่วยเต็มกำลัง แต่ไม่สามารถทำให้อาการสงบลงได้
โชคดีที่มีชาวบ้านมาพบคณะของเรา และแนะนำให้ไปหาหมอผีที่มีชื่อเสียงในละแวกนั้น
เมื่อไปถึง หมอผีทำพิธีเสกคาถาและรดน้ำมนต์อยู่ไม่นาน อาการของนักเรียนหญิงก็ค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
เหตุการณ์วันนั้น ทำให้ผมไม่อาจอธิบายทุกอย่างด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว
หลายปีผ่านไป...
หลังจากลาสิกขาและเข้ารับราชการในกองทัพเรือ ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดอีกครั้ง
มีผู้หญิงโทรศัพท์เล่าว่าน้องสาวของเธอเป็นข้าราชการที่ไปทำงานอยู่ที่ภาคเหนืถูกผีเข้า และเธอได้พาน้องสาวไปให้หมอผีไล่แต่ก็ไม่ไม่มีใครสามารถไล่ผีออกได้ หมอผีคนสุดท้ายบอกชื่อของผมพร้อมเบอร์โทรศัพท์บอกว่า "คนนี้เท่านั้นที่จะขับผีรายนี้ออกได้" ผมจึงขอโทรศัพท์กับหญิงที่ถูกผีเข้านั้น
ทันทีที่รับสาย เสียงที่ได้ยินเป็นเสียงหญิงชราทักว่า
"ท่านมหาเทพ...สบายดีหรือ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน"
ผมงงมากที่ถูกเรียกว่า "มหาเทพ" แต่ก็"ได้ทีขี่แพะ" เอาคำที่พระอุปัชฌาย์ใช้สั่งนาคก่อนอุปสมบท ซึ่งเรียกว่า "คาถาขับนาค" มาขับไล่ผีรายนี้ที่ว่า"
"คัจฉะ อะมุมหิ โอกาเส ติฏฐาหิ"
ผมบอกให้ผู้ที่อยู่ปลายสายกล่าวตามทีละคำ
เมื่อเธอกล่าวถึงคำสุดท้ายว่า "ติฏฐาหิ"
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผมขนลุกจนทุกวันนี้
เสียงผู้หญิงที่พูดอยู่เมื่อครู่(เสียงเป็นหญิงชรา) กลับเปลี่ยนเป็นเสียงของหญิงสาวทันที แล้วพูดขึ้นว่า
"กูมายืนพูดโทรศัพท์ตรงนี้ได้อย่างไรวะนี่"
จากนั้นก็ได้ยินเสียงวางหูโทรศัพท์ดัง "กึก"
เหตุการณ์ครั้งนั้น ผมไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากอะไร
เป็นเรื่องของจิตใต้สำนึก...
เป็นอาการทางจิต...
หรือเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ยังอธิบายไม่ได้...
ผมไม่ขอฟันธง
เพียงแต่ยืนยันว่า นี่คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตของผม
สำหรับผู้ที่ศึกษาพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ก็ได้ตรัสถึงเรื่อง"ผีเข้าไว้เหมือนกัน" ตัวอย่างเช่นให้สงฆ์สวดปาติโมกข์ย่อได้ในกรณีที่พระภิกษุถูกผีเข้า
แล้วท่านผู้อ่านล่ะ...
เคยมีประสบการณ์ที่อธิบายไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องผี สิ่งลี้ลับ หรือเหตุการณ์เหนือธรรมชาติบ้างหรือไม่?
เชิญแบ่งปันประสบการณ์กันได้ในช่องแสดงความคิดเห็นครับ
=========================

สำหรับท่านที่สนใจหนังสือที่มีเนื้อหาหลายหมวดหมู่ของสำนักพิมพ์ทองใบ

ที่วางจำหน่ายที่ Meb Market

สามารถคลิกเข้าเยี่ยมชมและเลือกซื้อหนังสือในร้านได้เลยครับ



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คนอื่นเห็นผี...แต่ผมไม่เห็น

  คนอื่นเห็นผี...แต่ผมไม่เห็น หากพูดถึงเรื่องผี หลายคนอาจคิดว่าผู้ที่กลัวผีมักจะเป็นคนที่มีโอกาสเจอผีมากที่สุด แต่ประสบการณ์ของผมกลับตรงกันข...