วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

#สิ่งลี้ลับในโรงเรียนนายเรือ เรื่องเล่าที่ผมไม่มีวันลืม

 



สิ่งลี้ลับในโรงเรียนนายเรือ

เรื่องเล่าที่ผมไม่มีวันลืม
================
หลายคนอาจคิดว่า เรื่องสิ่งลี้ลับมักเกิดขึ้นตามวัดร้าง ป่าช้า หรือสถานที่เปลี่ยว แต่จากประสบการณ์ของผมแล้ว แม้แต่สถานศึกษาทางทหารอันทรงเกียรติอย่าง โรงเรียนนายเรือ ก็ยังมีเรื่องราวที่อธิบายได้ยาก และยังคงถูกเล่าขานกันในหมู่ผู้ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์
เมื่อครั้งที่ผมรับราชการเป็นอาจารย์ประจำโรงเรียนนายเรือ นอกจากภารกิจด้านการเรียนการสอนแล้ว ผมยังได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เลขานุการชมรมพุทธศาสน์ของโรงเรียนนายเรือ และในหลายโอกาสก็ทำหน้าที่พิธีกรแทนอนุศาสนาจารย์ในการประกอบพิธีทางศาสนา
ตำแหน่งนี้ทำให้ผมมีโอกาสได้สัมผัสทั้งเรื่องของพระพุทธศาสนา ความเชื่อ และเหตุการณ์แปลก ๆ ที่เกิดขึ้นภายในสถาบันแห่งนี้
ในบริเวณด้านหนึ่งของโรงเรียนนายเรือ ซึ่งติดกับพื้นที่โรงงานเอกชน เดิมเคยเป็นที่ตั้งของหอพักนักเรียนนายเรือ ต่อมาผู้บังคับบัญชามีดำริให้อัญเชิญ อนุสาวรีย์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มาประดิษฐานในบริเวณใกล้หอพัก เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสิริมงคลแก่กำลังพล
ทุกอย่างดูเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
แต่หลังจากติดตั้งอนุสาวรีย์ได้ไม่นาน ก็เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความประหลาดใจแก่หลายคน
เรือสินค้าที่แล่นผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดอุบัติเหตุพุ่งเข้าชนกำแพงริมน้ำของโรงเรียนนายเรือหลายครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นแทบไม่เคยเกิดเหตุเช่นนี้
ทุกครั้งที่เกิดเหตุ โรงเรียนนายเรือต้องดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากเจ้าของเรือ เป็นเรื่องที่สร้างความกังวลแก่ผู้บังคับบัญชา เพราะไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันจึงเกิดขึ้นซ้ำ ๆ
เมื่อมีการปรารภเรื่องนี้ขึ้น ผมในฐานะเลขานุการชมรมพุทธศาสน์ จึงได้รับมอบหมายให้ไปหารือกับผู้ที่มีความรู้ด้านจิตวิญญาณท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นนายแพทย์และเปิดคลินิกอยู่บริเวณตลาดปากน้ำ หน้าวัดพิชัยสงคราม
หลังจากรับฟังรายละเอียด ท่านได้ให้ความเห็นตามความเชื่อส่วนบุคคลว่า
กรมหลวงชุมพรฯ ไม่น่าจะทรงโปรดที่ประดิษฐานพระอนุสาวรีย์ไว้ห่างจากพระราชบิดา จึงควรอัญเชิญไปประดิษฐานไว้เคียงข้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ความคิดเห็นดังกล่าวถูกนำเรียนผู้บังคับบัญชา
ในที่สุด จึงมีคำสั่งให้ย้ายอนุสาวรีย์ของกรมหลวงชุมพรฯ จากตำแหน่งเดิม ไปประดิษฐานอยู่ใกล้กับพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
น่าแปลกที่หลังจากการย้ายครั้งนั้น เหตุการณ์เรือสินค้าพุ่งชนกำแพงริมน้ำของโรงเรียนนายเรือก็ไม่เกิดขึ้นอีก อย่างน้อยก็ในช่วงเวลาที่ผมยังรับราชการอยู่ จนกระทั่งเกษียณในปี พ.ศ. ๒๕๕๑
แน่นอนว่า เหตุการณ์นี้อาจอธิบายได้หลายแง่มุม บางท่านอาจมองว่าเป็นเพียงความบังเอิญ บางท่านอาจอธิบายด้วยหลักการเดินเรือ กระแสน้ำ หรือปัจจัยด้านวิศวกรรม
แต่อีกหลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็เลือกมองว่าเป็นเรื่องของความผูกพัน ความเคารพ และพลังแห่งความกตัญญูที่มีต่อพระราชบิดา
สำหรับผม เหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้เชื่อหรือไม่เชื่อในสิ่งเหนือธรรมชาติเพิ่มขึ้น หากแต่ทำให้ตระหนักว่า โลกของเรายังมีหลายเรื่องที่มนุษย์อาจอธิบายได้ไม่ครบถ้วน
บางเรื่องอาศัยเหตุผล...
บางเรื่องอาศัยประสบการณ์...
และบางเรื่องก็เป็น "ความเชื่อ" ที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน
ผมจึงมักบอกกับผู้ที่สนใจเรื่องลี้ลับอยู่เสมอว่า
"ศรัทธาเป็นสิ่งงดงาม หากตั้งอยู่บนพื้นฐานของสติ ปัญญา และความเคารพต่อผู้อื่น"
ไม่ว่าจะเชื่อในสิ่งลี้ลับมากน้อยเพียงใด สิ่งที่คุ้มครองชีวิตได้ดีที่สุด ยังคงเป็นการทำความดี ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ และดำรงตนอยู่ในศีลธรรม เพราะสิ่งเหล่านี้คือสิริมงคลที่ติดตัวเราได้ทุกแห่ง ไม่ว่าจะอยู่บนบก กลางทะเล หรือที่ใดในโลก.

========================

สำหรับท่านที่สนใจหนังสือที่มีเนื้อหาหลายหมวดหมู่ของ สำนักพิมพ์ทองใบ ที่วางจำหน่ายที่ Meb Market

สามารถคลิกเข้าเยี่ยมชมและเลือกซื้อหนังสือในร้านได้เลยครับ




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

คนอื่นเห็นผี...แต่ผมไม่เห็น

  คนอื่นเห็นผี...แต่ผมไม่เห็น หากพูดถึงเรื่องผี หลายคนอาจคิดว่าผู้ที่กลัวผีมักจะเป็นคนที่มีโอกาสเจอผีมากที่สุด แต่ประสบการณ์ของผมกลับตรงกันข...