คนอื่นเห็นผี...แต่ผมไม่เห็น
หากพูดถึงเรื่องผี หลายคนอาจคิดว่าผู้ที่กลัวผีมักจะเป็นคนที่มีโอกาสเจอผีมากที่สุด แต่ประสบการณ์ของผมกลับตรงกันข้ามอย่างน่าประหลาด เพราะแม้จะเป็นคนกลัวผีมาตั้งแต่เด็ก แต่ตลอดชีวิตกลับไม่เคยเห็นผีด้วยตาของตัวเองเลย
ย้อนกลับไปเมื่อครั้งผมยังเป็นสามเณรอยู่ที่วัดศรัทธาราม (หนองหว้า) อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ ช่วงนั้นผมกลัวผีเสียจนแทบจะใช้ชีวิตในเวลากลางคืนไม่ได้ พอตกค่ำก็ไม่กล้านอนคนเดียว ต้องอาศัยเวียนไปขอนอนตามกุฏิพระอาจารย์รูปต่าง ๆ อยู่หลายคืน นึกย้อนกลับไปก็รู้สึกทั้งขำและน่าสงสารตัวเองไม่น้อย
หลวงพ่อเจ้าอาวาสเห็นว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้คงไม่เป็นผลดี จึงเมตตาให้ผมย้ายไปนอนที่หอสวดมนต์ ซึ่งท่านมีห้องพักส่วนตัวอยู่ด้านใน ส่วนผมปูนอนอยู่ด้านนอก และให้เด็กชายวัยไล่เลี่ยกันมานอนเป็นเพื่อน เพื่อให้คลายความหวาดกลัว
คืนแรก ๆ ทุกอย่างก็ดูปกติดี
แต่แล้วคืนหนึ่ง ในยามดึกที่ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งวัด เด็กชายที่นอนอยู่มุมหนึ่งของหอสวดมนต์ก็ลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเรียกผมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"เณร...เณร...ขอไปนอนข้าง ๆ ด้วยคน"
ผมสะดุ้งตื่นแล้วถามว่า
"เป็นอะไรหรือ"
เด็กชายตอบพร้อมกับชี้มือไปยังมุมมืดของศาลาสวดมนต์
"ผมเห็นคนห่มผ้าขาวยืนอยู่ตรงโน้น..."
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น เลือดในกายของผมแทบจะเย็นเฉียบ แม้ผมจะเพ่งมองไปตามทิศทางที่เขาชี้อยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่เห็นอะไรเลย นอกจากความมืดและเงาของเสาไม้ที่ทอดยาวจากแสงจันทร์
คืนนั้นแทบไม่มีใครหลับสนิท
ส่วนผมซึ่งเดิมก็นอนแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะความกลัวอยู่แล้ว ยิ่งหวาดระแวงหนักกว่าเดิม ทุกครั้งที่ลมพัดจนใบไม้เสียดสีกัน หรือได้ยินเสียงไม้ลั่นจากตัวอาคารเก่า ก็อดคิดไม่ได้ว่ามีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่รอบตัว
แต่ที่น่าแปลกก็คือ...
เด็กชายคนนั้นยืนยันว่าเขาเห็นชัดเจน
ขณะที่ผมกลับไม่เห็นอะไรเลย
นี่เป็นครั้งแรกที่ทำให้ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่า คนเราจะเห็นสิ่งลี้ลับเหมือนกันทุกคนหรือไม่ หรือการรับรู้เรื่องเหนือธรรมชาตินั้นขึ้นอยู่กับบุญกรรม วาสนา หรือจิตของแต่ละคน
เมื่อเห็นว่าผมยังคงหวาดกลัวอย่างหนัก หลวงพ่อเจ้าอาวาสจึงปรึกษากับครอบครัวของผม และตัดสินใจพาผมไปฝากไว้ที่วัดโพธาราม อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์
วัดแห่งนี้แตกต่างจากวัดเดิมอยู่ประการหนึ่ง คือไม่มีเมรุเผาศพ จึงไม่มีบรรยากาศอันชวนหวาดหวั่นเหมือนวัดที่ผมเคยอยู่
นอกจากนั้น ชีวิตประจำวันของผมก็เต็มไปด้วยการศึกษา ทั้งนักธรรมสนามหลวง บาลีสนามหลวง และยังมีการเรียนภาษาอังกฤษภายในวัดอีกด้วย ทำให้แต่ละวันหมดไปกับการเรียน การท่องหนังสือ และการทำกิจของสงฆ์
ที่สำคัญ วัดโพธารามมีสามเณรอยู่ร่วมกันกว่าร้อยรูป
เมื่อมีเพื่อนมากมาย ได้ใช้ชีวิตร่วมกัน ได้หัวเราะ พูดคุย และเรียนหนังสือ ความกลัวผีที่เคยฝังลึกอยู่ในใจจึงค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อย จนในที่สุดแทบไม่เหลือเลย
เมื่อนึกย้อนกลับไป ผมพบข้อสังเกตที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ แม้จะเคยอยู่วัดที่มีเมรุเผาศพ เคยนอนในสถานที่ซึ่งหลายคนเล่าขานว่ามีเรื่องลี้ลับ เคยได้ยินคนอื่นยืนยันว่าเห็นผีต่อหน้าต่อตา แต่ตัวผมเองกลับไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว
บางที...
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอาจไม่ใช่ "ผี"
แต่เป็น "ความกลัว" ที่จิตใจของเราสร้างขึ้นต่างหาก
เพราะเมื่อใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แม้เพียงเสียงลม เสียงไม้ลั่น หรือเงาที่ทอดผ่านแสงจันทร์ ก็อาจกลายเป็นภาพของสิ่งลี้ลับได้
และนั่นคือบทเรียนสำคัญที่ผมได้รับจากวัยเยาว์ว่า
คนอื่นอาจเห็นผี...แต่ผมกลับเห็นเพียงความกลัวในใจของตัวเองเท่านั้น
=========================
สำหรับท่านที่สนใจหนังสือที่มีเนื้อหาหลายหมวดหมู่ของสำนักพิมพ์ทองใบ
ที่วางจำหน่ายที่ Meb Market
สามารถคลิกเข้าเยี่ยมชมและเลือกซื้อหนังสือในร้านได้เลยครับ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น