ผี...มีอยู่ทุกประเทศหรือไม่?
ประสบการณ์จากวัดไทยริมทะเลบอลติก ประเทศสวีเดน
=========================
เมื่อพูดถึงเรื่อง "ผี" หลายคนอาจนึกว่าเป็นเรื่องเล่าเฉพาะของคนไทยหรือประเทศในแถบเอเชีย แต่เมื่อมีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ ผมจึงได้เรียนรู้ว่า เรื่องราวเกี่ยวกับวิญญาณ สิ่งลี้ลับ และภูตผีนั้น มีอยู่แทบทุกวัฒนธรรมของโลก เพียงแต่เรียกชื่อและอธิบายแตกต่างกันไป
ครั้งหนึ่งในสมัยที่ผมรับราชการอยู่ในกองทัพเรือ ได้รับมอบหมายให้เดินทางไปจัดซื้อเครื่องจักรและเครื่องพิมพ์ที่ประเทศสวีเดนหลายครั้ง
ทุกครั้งที่ไป ผมมักมีโอกาสไปพักแรมที่วัดไทยแห่งหนึ่งในประเทศสวีเดน เพราะคุ้นเคยกับพระอาจารย์เจ้าอาวาสมาตั้งแต่ครั้งที่ท่านเดินทางกลับมาเยี่ยมประเทศไทย
วัดไทยแห่งนั้นตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่นานาพันธุ์ อยู่ไม่ไกลจากชายฝั่งทะเลบอลติก อากาศเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้
ยามค่ำคืน โดยเฉพาะคืนเดือนหงาย ผมพักอยู่ในห้องรับรองสำหรับแขก เมื่อมองผ่านหน้าต่างออกไป จะเห็นพื้นดินปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน สะท้อนแสงจันทร์ราวกับแผ่นเงิน
บางคืนมีกระต่ายป่าออกมากระโดดเล่นบนหิมะ กวางเดินผ่านอย่างสงบ รวมทั้งสัตว์ป่าอีกหลายชนิดที่ออกมาหากินในยามค่ำคืน เป็นภาพที่สวยงามจนยากจะลืม
แต่ถึงบรรยากาศจะงดงามเพียงใด ผมกลับสารภาพตรงๆ ว่า...
ผมเป็นคนกลัวผีมาตั้งแต่เด็ก
ก่อนจะหลับในแต่ละคืน ผมจึงต้องสวดมนต์และภาวนาพระคาถาคุ้มครองหลายบทเป็นพิเศษ เพื่อให้ใจสงบและนอนหลับได้อย่างสบายใจ
สาเหตุสำคัญก็มาจากบทสนทนากับท่านเจ้าอาวาสก่อนหน้านั้น
ผมถามท่านตรงๆ ด้วยความสงสัยว่า
"หลวงพ่อครับ...ที่วัดนี้มีผีไหมครับ"
ท่านยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนตอบสั้นๆ ว่า
"มีสิ..."
ผมถึงกับชะงัก แล้วรีบถามต่อ
"แล้วหลวงพ่อทำอย่างไรครับ"
ท่านตอบอย่างเรียบง่ายว่า
"อาตมาต้องเสกทรายซัดไล่พวกมันอยู่เป็นประจำ"
คำตอบของท่านทำให้ผมทั้งแปลกใจ ทั้งอดอมยิ้มไม่ได้
เพราะเดิมทีผมเคยเข้าใจว่า เรื่องผีเป็นความเชื่อของคนไทยเท่านั้น แต่เมื่อได้เดินทางไปหลายประเทศ จึงพบว่าแทบทุกศาสนาและทุกวัฒนธรรมต่างก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งที่มองไม่เห็น
ในศาสนาคริสต์ เรามักเห็นภาพนักบวชใช้ไม้กางเขนประกอบพิธีขับไล่วิญญาณร้าย ซึ่งปรากฏอยู่ทั้งในประวัติศาสตร์และวรรณกรรมทางศาสนา
ส่วนในพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในสายวิชาอาคมของไทย ก็มีการใช้น้ำพระพุทธมนต์ การบริกรรมพระคาถา หรือการเสกทรายและเสกข้าวสารเพื่อประกอบพิธีตามความเชื่อพื้นบ้านในการปัดเป่าสิ่งอัปมงคล
แม้วิธีการจะต่างกัน แต่จุดมุ่งหมายกลับคล้ายคลึงกัน คือการสร้างความมั่นใจ ความสงบทางใจ และการอาศัยศรัทธาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเมื่อเผชิญกับสิ่งที่มนุษย์อธิบายไม่ได้
เมื่อเวลาผ่านไป ผมจึงได้ข้อคิดว่า...
ไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนสวีเดน หรือผู้คนในซีกโลกใด มนุษย์ต่างก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสิ่งลี้ลับของตนเอง เพราะความตาย ความคิดถึงผู้จากไป และความหวังที่จะได้รับการคุ้มครอง เป็นประสบการณ์ร่วมของผู้คนทุกวัฒนธรรม
สำหรับผมแล้ว ทุกครั้งที่เดินทางไกล ไม่ว่าจะอยู่เมืองไทยหรืออยู่ต่างประเทศ สิ่งที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจที่สุด ไม่ใช่เพราะมีเครื่องรางหรือพระคาถาเพียงอย่างเดียว แต่คือการระลึกถึงพระรัตนตรัย การตั้งมั่นในความดี และการมีสติอยู่กับปัจจุบัน
เพราะเมื่อใจมีที่พึ่ง ความหวาดกลัวก็เบาบางลง
และบางครั้ง...สิ่งที่น่ากลัวที่สุด อาจไม่ใช่ "ผี" หากเป็นความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นภายในใจของเราเอง
ส่วนเรื่องผีจะมีจริงหรือไม่นั้น คงเป็นเรื่องของประสบการณ์ ความเชื่อ และวิจารณญาณของแต่ละคน ซึ่งควรรับฟังกันด้วยความเคารพในความแตกต่าง และไม่ลืมใช้เหตุผลควบคู่กับศรัทธาเสมอ
========================
สำหรับท่านที่สนใจหนังสือที่มีเนื้อหาหลายหมวดหมู่ของ
สำนักพิมพ์ทองใบ ที่วางจำหน่ายที่ Meb Market
สามารถคลิกเข้าเยี่ยมชมและเลือกซื้อหนังสือในร้านได้เลยครับ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น